Home   กระดานข่าว   คำกล่าวโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ   ข้อมูลสถานทูต   ความสัมพันธ์จีนไทย   บริการกงสุล   วัฒนธรรมและการศึกษา   ความร่วมมือเอเซียแปซิฟิก   เรื่องควรรู้ก่อนไปประเทศไทย   บริการทางด้านข่าวสาร 
 Home > กระดานข่าว
คำอวยพรในโอกาสเฉลิมฉลองการครบรอบ 60 ปีการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนโดย ฯ พณ ฯ ก่วนมู่เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย
2009-09-23

ในวาระดิถีที่สาธารณรัฐประชาชนจีนได้สถาปนาครบรอบ 60 ปีนี้ ในนามของรัฐบาลและประชาชนจีน ข้าพเจ้าขอฝากความระลึกถึงและปรารถนาดีมายังรัฐบาลและประชาชนชาวไทย ณ ที่นี้ด้วย

ย้อนหลังไปเมื่อ 60 ปีก่อน การที่สาธารณรัฐประชาชนจีนได้สถาปนาขึ้นนั้น นับเป็นเหตุการณ์ที่มีความหมายสำคัญอย่างมากแห่งประวัติศาสตร์ของโลกในศตวรรษที่ 20 ประชาชนจีนผู้ซึ่งทำการฟันฝ่าต่อสู้ด้วยความยากลำบากเป็นเวลายาวนาน จนได้บรรลุถึงเป้าหมายความเป็นเอกราชของชาติและการปลดแอกของประชาชน ประชาชาติจีนจึงได้ลบล้างความอัปยศขมขื่นนับร้อยปีให้หมดสิ้น และผงาดขึ้นท่ามกลางนานาชาติด้วยรูปโฉมใหม่

ในช่วงระยะเวลา 60 ปีที่ผ่านมา ประชาชนจีนซึ่งได้ผ่านการควานหาอย่างมานะบากบั่น จนได้พบเจอหนทางแห่งการพัฒนาที่สอดคล้องกับความเป็นจริงของประเทศตนในที่สุด เศรษฐกิจของจีนจากที่เคยยากจนล้าหลังอย่างสุดขีด ได้ก้าวกระโดดขึ้นมาครองตำแหน่งประเทศที่มียอดมูลค่ามวลรวมการผลิตมาเป็นอันดับที่ 3 และมีกองทุนสำรองเงินตราต่างประเทศเป็นอันดับที่ 1 ของโลก ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนจากที่เคยขัดสน ได้ยกระดับขึ้นเป็นชีวิตที่เหลือกินเหลือใช้อย่างทั่วถึง ประชากรที่ยากจนในชนบท ได้ลดลงเหลือ 20 กว่าล้านคนจากเดิมที่มีจำนวนถึง 250 ล้านคน ภารกิจการสรรค์สร้างทางการเมือง วัฒนธรรมและสังคมได้รับผลสำเร็จอย่างโชติช่วง พลังมวลรวมของประเทศแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก สถานะของประเทศในประชาคมโลกก็ได้ยกระดับสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ภารกิจในการสรรค์สร้างประเทศทันสมัยแบบสังคมนิยมได้พัฒนาเข้าสู่ระยะใหม่

ในช่วงระยะเวลา 60 ปีโดยเฉพาะหลังจากได้ดำเนินนโยบายปฏิรูปและเปิดประเทศสู่ภายนอกเป็นเวลา 30 ปีนี้ การที่ประเทศจีนได้พัฒนาอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง อันเป็นที่หายากในโลกนั้น ได้ถูกกล่าวขวัญเป็น "สิ่งมหัศจรรย์แห่งตะวันออก" และเป็นที่จับตามองจากทั่วโลก โครงการใหญ่ๆที่ได้สำเร็จสมบูรณ์ อาทิเช่น การส่งยานอวกาศพร้อมมนุษย์สู่ห้วงอวกาศ การเปิดใช้เส้นทางรถไฟสาย ชิงไห่-ธิเบต โครงการเขื่อนซานเซียะ ท่อส่งก๊าซธรรมชาติจากภาคตะวันตกสู่ภาคตะวันออก และการส่งน้ำจากภาคใต้ขึ้นภาคเหนือ เป็นต้น ล้วนแล้วแต่เป็นโครงการตัวอย่างระดับโลกที่ช่วยเร่งฝีเท้าให้ประเทศจีนก้าวเข้าสู่การทันสมัย พร้อมกันนี้ มหกรรมกีฬาโอลิมปิกปักกิ่ง ปี 2008 นั้น ก็ได้สร้างความประทับใจให้แก่ชาวโลก และงานใหญ่ๆที่จะมีขึ้นอาทิเช่น ShangHai Expo และงานกีฬา Asian Games กว่างโจวในปีหน้านั้น ก็จะเปิดโฉมหน้าใหม่ของจีนให้แก่ชาวโลกได้เห็นอีกครั้งหนึ่ง จึงกล่าวได้ว่า ภาพลักษณ์ของประเทศจีนที่แสดงออกต่อชาวโลกจะเป็นประเทศที่กำลังก้าวสู่การเป็นแบบทันสมัย และมีความมั่นใจแน่วแน่ต่ออนาคต

การพัฒนาของประเทศจีนไม่เพียงแต่ช่วยให้ประชาชนจีนได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่มั่งคั่งและมั่นคง แต่ยังเป็นส่วนเกื้อหนุนที่สำคัญต่อการพัฒนาของเศรษฐกิจโลกและอารยธรรมของมนุษยชาติ หลังจากวิกฤตกาลทางการเงินและเศรษฐกิจโลกได้อุบัติขึ้น ประเทศจีนได้พยายามรักษาให้เศรษฐกิจของตนพัฒนาไปอย่างมั่นคงและค่อนข้างเร็ว ขณะเดียวกัน ยังได้ใช้ความพยายามอย่างแข็งขันในการรับมือปัญหาวิกฤตการเงินของโลกโดยร่วมมือกับนานาประเทศด้วย ในขณะที่เศรษฐกิจโลกแสดงอาการถดถอยอย่างรุนแรง เศรษฐกิจของประเทศจีนในช่วงครึ่งปีแรกนี้ ยังคงรักษาระดับการเติมโตเป็นอัตรา 7.1% ทั้งนี้ก็นับเป็นคุณูปการอันสำคัญอยู่แล้วในอันที่จะผลักดันให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว และรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงทางการเงินระหว่าประเทศด้วย

แต่ไหนแต่ไรมา ประเทศจีนได้ยึดมั่นในนโยบายการต่างประเทศเชิงสันติที่เป็นเอกราชและเป็นตัวของตัวเอง ยึดมั่นในหนทางการพัฒนาอย่างสันติ ดำเนินยุทธศาสตร์การเปิดประเทศสู่ภายนอกที่อำนวยประโยชน์แก่กันและได้รับผลชัยชนะร่วมกัน ผลักดันการสรรค์สร้างโลกสมานฉันท์ที่สันติอย่างยั่งยืนและเจริญรุ่งเรืองด้วยกัน จีนได้พัฒนาความสัมพันธ์แห่งความร่วมมือฉันมิตรกับนานาประเทศบนหลักการ 5 ประการแห่งการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เป็นผลให้ประเทศจีนได้เป็นเพื่อนมิตรกับประเทศต่างๆตามทั่วทุกมุมของโลก

ประเทศไทยเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่สนิทแนบแน่นกับจีน ทั้งสองประเทศมีพื้นฐานความสัมพันธ์ที่มั่นคง รัฐบาลจีนให้ความสำคัญต่อการพัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศไทยเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกัน ภารกิจมิตรภาพจีน-ไทยนี้ ก็ได้รับการใส่พระทัยจากพระบรมวงศานุวงศ์ของไทย และได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลและวงการต่างๆในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง สมเด็จพระเทพฯได้เสด็จเยือนประเทศจีนครบทุกมณฑล จนได้รับการเทิดทูนป็นทูตสันทวไมตรีในการส่งเสริมมิตรสัมพันธ์ระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศอันเป็นสายสัมพันธ์ที่สืบทอดมาแต่โบราณกาล นับแต่ประเทศจีนและประเทศไทยได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเป็นเวลา 34 ปีมานี้ ความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างจีน-ไทยได้ผ่านการทดสอบจากการผันผวนของสถานการณ์โลกและความท้าทายต่างๆนาๆ ยังคงรักษาแนวโน้มการพัฒนาที่แข็งแกร่ง จึงกล่าวได้ว่าความสัมพันธ์จีน-ไทยนับเป็นแบบอย่างของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและพัฒนาร่วมกันระหว่างประเทศที่มีระบอบสังคมต่างกัน ประเทศเราทั้งสองไว้เนื้อเชื่อใจกันในทางการเมือง ร่วมมือกันและอำนวยประโยชน์แก่กันทางด้านเศรษฐกิจ สนับสนุนซึ่งกันและกันในกิจการระหว่างประเทศ ตลอดทั้งความร่วมมือในด้านวิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม การศึกษา และการทหารเป็นต้น ต่างก็ได้รับการพัฒนาอย่างลุ่มลึก การไปมาหาสู่และการแลกเปลี่ยนกันระดับประชาชนในรูปแบบต่างๆก็ได้เพิ่มพูนมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งหมดเหล่านี้ได้นำผลประโยชน์อย่างแท้จริงและเป็นรูปธรรมให้แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ คำขวัญที่กล่าวว่า จีนไทยไม่ใช่อื่นไกล เป็นพี่น้องกันนั้น ได้ฝังรากลงในจิตใจของประชาชนทั้งสองลึกซึ้งยิ่งขึ้น จนกลายเป็นพลังขับเคลื่อนให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสองพัฒนาก้าวหน้าต่อไป เราเชื่อมั่นว่า ภายใต้ความพยายามของรัฐบาลและประชาชนทั้งสองประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจีนและประเทศไทยจะมุ่งหน้าสู่อนาคตที่สดใสยิ่งขึ้น

สุดท้ายนี้ ขออวยพรให้ประเทศจีนและประเทศไทยจงมีความเจริญรุ่งเรือง ประชาชนทั้งสองประเทศจงสุขสันต์ปลอดภัย มิตรภาพระหว่างจีนและไทยจงยั่งยืนสถาพรตลอดไปชั่วกาลนาน

Suggest To A Friend
  Print