Home   กระดานข่าว   คำกล่าวโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ   ข้อมูลสถานทูต   ความสัมพันธ์จีนไทย   บริการกงสุล   วัฒนธรรมและการศึกษา   ความร่วมมือเอเซียแปซิฟิก   เรื่องควรรู้ก่อนไปประเทศไทย   บริการทางด้านข่าวสาร 
 Home > กระดานข่าว
เอกอัครราชทูตหนิง ฟู่ขุ่ย เข้าร่วมงานเสวนานุกรมความรู้นานาชาติโดยธนาคารกรุงเทพ
2013-11-28
 

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้จัดงานเสวนานุกรมนานาชาติขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ภายใต้หัวข้อเรื่อง 'จัดทัพ-ปรับทิศ รับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของจีน' โดยได้รับเกียรติจากท่านหนิง ฟู่ขุ่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ขึ้นกล่าวปราศรัยในหัวข้อหลัก

ซึ่งในระหว่างการปราศรัย ท่านเอกอัครราชทูตหนิงได้กล่าวว่า ในช่วงหนึงทศวรรษที่ผ่านมา จีนและกลุ่มประเทศอาเซียนได้สร้างเขตการค้าเสรีในประเทศกำลังพัฒนาที่ใหญ่ที่สุดในโลกขึ้น โดยจีนได้กลายเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดอันดับ 3 ของอาเซียน และอาเซียนก็ได้เป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดอันดับ 3 ของจีน อีกทั้งสองฝ่ายยังได้ให้ความร่วมมือในแบบทวิภาคีในการส่งเสริมการพัฒนาประเทศของตน อันนำมาซึ่งผลประโยชน์อันดีในเชิงรูปธรรมมาสู่ประชาชนของทั้ง 2 ฝ่ายอีกด้วย และเมื่อไม่นานมานี้ที่ท่านสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีและเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ กับท่านหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้เดินทางมาเยือนภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ ก็ได้มีข้อเสนอที่สำคัญมากมายในอันที่จะให้ความร่วมมือระหว่างจีนกับอาเซียนนั้นล้ำลึกขึ้น อาทิเช่น ยกระดับการค้าเสรีระหว่างจีนกับอาเซียน, สร้างโครงสร้างพื้นฐานของการธนาคารเพื่อการลงทุนในเอเชีย, ตลอดจนร่วมกันสร้าง "เส้นทางสายไหมทางทะเล" แห่งศตวรรษที่ 21 ขึ้น เป็นต้น

นอกจากนี้ ท่านเอกอัครราชทูตหนิงได้กล่าวว่า ประเทศไทยไม่เพียงเป็นสมาชิกรายสำคัญของกลุ่มประเทศอาเซียน แต่ยังเป็นทั้งผู้ร่วมมือในเชิงยุทธศาสตร์กับจีนเป็นรายแรก, เป็นประเทศแรกๆ ในเขตการค้าเสรีจีน-อาเซียนที่ทำข้อตกลงปลอดภาษีสินค้าประเภทผักและผลไม้กับทางจีน, และยังเป็นประเทศแรกที่มีการก่อตั้งศูนย์วัฒนธรรมของจีน ดังนั้นจึงมีบทบาทเป็นผู้นำและเป็นแบบอย่างของความร่วมมือระหว่างจีน-อาเซียนเป็นอย่างยิ่ง

ซึ่งในช่วงเวลาอันเป็นประวัติศาสตร์บทใหม่นี้ ทางจีนเชื่อและคาดหวังว่าประเทศไทยจะสามารถรักษาเสถียรภาพทางการเมือง, การพัฒนาเศรษฐกิจ, ความสามัคคีในสังคมเอาไว้ โดยทางจีนยินดีให้ความร่วมมือกับทางไทยในการดำเนินการตามฉันทามติของผู้นำทั้งสองฝ่ายในด้านต่างๆ อย่างเต็มที่ ทั้งการปรับโครงสร้างพื้นฐาน, การคมนาคมสื่อสาร, การเกษตรและการชลประทาน, การทรัพยากรทางพลังงาน, ตลอดจนในด้านวิทยาศาสตร์และการศึกษา เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในทางปฏิบัติแบบทวิภาคีระหว่างจีน-ไทย, เพื่อสวัสดิภาพที่ดีขึ้นของประชาชนในทั้งสองประเทศ, และเพื่อพัฒนาสันติภาพให้บังเกิดขึ้นแก่ภูมิภาคนี้

ท่านเอกอัครราชทูตหนิงยังได้ระบุถึงสถานการณ์เกี่ยวกับ การประชุมเต็มคณะของคณะกรรมการกลางแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีนชุดที่ 18 ครั้งที่ 3 ที่กำลังจะมีขึ้นที่กรุงปักกิ่งในระหว่างวันที่ 9-12 พฤศจิกายนนี้ไว้ว่า  ทางจีนจะยังคงผลักดันและประสานงานการปฏิรูปในด้านต่างๆ อย่างเหนียวแน่น, จะยังคงแนะนำมาตรการปฏิรูปต่างๆ ให้, และแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างการพัฒนา โดยเศรษฐกิจของจีนจะยังคงเติบโตในระดับที่สูง และจะมีส่วนร่วมในความเจริญทางเศรษฐกิจมากขึ้น เพื่อความสงบสุขและความมั่นคงของภูมิภาคและของโลกด้วยเช่นกัน

จากนั้น ดร.จาง กั๋วโหย่ว รองประธานสภามหาวิทยาลัยปักกิ่ง, ศาสตราจารย์ ดร.จาง ยวี่หลิน รองผู้อำนวยการสถาบันด้านการบริโภคและการจัดจำหน่าย สถาบันวิจัยการค้าระหว่างประเทศและความร่วมมือทางเศรษฐกิจ กระทรวงพาณิชย์ สาธารณรัฐประชาชนจีน, และศาสตราจารย์จู ลี่ กรรมการบริหารสถาบันวิจัยเศรษฐศาสตร์ภูมิภาคมหาสมุทรอินเดีย มหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และการเงินมณฑลยูนนาน ก็ได้ผลัดกันขึ้นบรรยายในหัวข้อว่าด้วยโอกาสกับความท้าทายการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจของจีน, โอกาสในการพัฒนาอุตสาหกรรมการบริการกับอุตสาหกรรมการบริการที่สำคัญของจีน, และความแตกต่างทางวัฒนธรรมกับความร่วมมือข้ามวัฒนธรรม เป็นต้น โดยมีเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลไทยกับผู้เชี่ยวชาญทางความคิดรวมกว่า 700 ท่านเข้าร่วมฟังบรรยาย

 

Suggest To A Friend
  Print