Home   กระดานข่าว   คำกล่าวโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ   ข้อมูลสถานทูต   ความสัมพันธ์จีนไทย   บริการกงสุล   วัฒนธรรมและการศึกษา   ความร่วมมือเอเซียแปซิฟิก   เรื่องควรรู้ก่อนไปประเทศไทย   บริการทางด้านข่าวสาร 
 Home > กระดานข่าว
สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมห้าฝ่าย ครั้งที่ 5
2014-04-23

เพื่อพิทักษ์สิทธิประโยชน์และความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มาประเทศไทย เมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา สถานทูตเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยได้จัดประชุมห้าฝ่าย ร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, สำนักตำรวจท่องเที่ยว, และสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย-จีน โดยมีท่านเอกอัครราชทูตหนิง ฟู่ขุ่ย กับบุคลากรที่เกี่ยวข้องจากทางสถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดสงขลา, เชียงใหม่, และขอนแก่น พร้อมด้วยคุณสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กับเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 40 คนเข้าร่วมการประชุม

 
ทั้งสองฝ่ายได้หารือกันเกี่ยวกับผลกระทบจาก "กฎหมายการท่องเที่ยว" ฉบับใหม่ของประเทศจีนใหม่ โดยต่างก็เห็นว่า "กฎหมายการท่องเที่ยว" ฉบับใหม่นี้ถือเป็นการห้ามและควบคุมการจับจ่ายซื้อของกับสินค้าราคาแพงอย่างชัดเจน ซึ่งอาจส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกรุ๊ปทัวร์เพิ่มสูงขึ้น และแม้ว่าในช่วงสั้นๆ จำนวนนักท่องเที่ยวอาจจะลดลงบ้าง แต่เมื่อมองในระยะยาวก็จะมีประโยชน์ตรงที่ทำให้ทางบริษัทท่องเที่ยวได้พิจารณามาตรการทางธุรกิจของตัวเอง อีกทั้งเอื้อต่อการพัฒนาธุรกิจการท่องเที่ยวระหว่างจีนกับไทยอย่างมั่นคงต่อไป และสอดคล้องกับผลประโยชน์พื้นฐานของหน่วยงานการท่องเที่ยวกับตัวนักท่องเที่ยวเองอีกด้วย โดยทั้งสองฝ่ายควรจะร่วมมือกันอย่างจริงจังและใกล้ชิด ตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศ ลงโทษผู้ที่กระทำความผิดในธุรกิจการท่องเที่ยวและเดินทาง และปกป้องผลประโยชน์ของนักท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายยังกล่าวถึงและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นที่เกี่ยวกับการคุ้มครองความปลอดภัยและทรัพย์สินส่วนบุคคลของนักท่องเที่ยวชาวจีน ประเด็นแรกคือปัญหาความไม่สงบทางการเมืองที่ผ่านมาในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น โดยทั้งสองฝ่ายจะต้องมีกลไกแผนการป้องกันกรณีฉุกเฉินที่จำเป็นเช่นว่า สายด่วน 24 ชั่วโมง เป็นต้น ประเด็นที่ 2 ก็คือการที่มีธุรกิจการท่องเที่ยวของไทยมีการขยายตัวเพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนที่มีจำนวนมากขึ้น จึงควรมีการเพิ่มระบบอำนวยความสะดวกเป็นต้นว่า พนักงานที่ให้บริการเป็นภาษาจีนในระบบของสายด่วน 1155 ปรับปรุงการทำงานของตำรวจท่องเที่ยวให้ครอบคลุมสถานที่ที่น่าสนใจและเสริมการรักษาความปลอดภัยสนามบินและพื้นที่ที่สำคัญอื่นๆ อีกทั้งปรับปรุงความสามารถในการรับสัญญาณกับข่าวสารให้กว้างไกลขึ้น ประเด็นที่ 3 คือปรับปรุงแก้ไขระบบใบอนุญาตขับรถชั่วคราวปัญหาและการค้ำประกันรถยนต์ ซึ่งทางไทยจะเพิ่มขึ้นป้ายบอกทางกับกล้องวงจรปิดเพื่อเฝ้าระวัง และปรับปรุงปัจจัยด้านความปลอดภัยต่างๆ, ส่งเสริมธุรกิจการให้เช่ารถหรือพาหนะ, ปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องและระเบียบว่าด้วยประกันอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้อง ประเด็นที่ 4 คือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและกระทรวงการเที่ยวท่องกีฬาจะต้องเพิ่มเกณฑ์สำหรับการยื่นทุนขอจดทะเบียนตัวแทนท่องเที่ยว เพื่อตรวจคัดกรององค์กรที่มีศักยภาพและมีความน่าเชื่อถือ ในขณะเดียวกันก็มีการจัดลำดับหมวดหมู่ของโรงแรมและที่พัก เพื่อเฟ้นหาผู้ให้บริการที่มีเหตุผลและเข้าใจผู้บริโภค เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการโกงและลดข้อพิพาทลง

ในขณะที่ท่านรัฐมนตรีสมศักย์ได้กล่าวขอบคุณที่ทางจีนได้จัดการประชุมครั้งนี้ขึ้น อีกทั้งแนะนำแนวทางการปรับปรุงคุณภาพการบริการทางการท่องเที่ยวของไทยให้สูงขึ้น เพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของนักท่องเที่ยวชาวจีน รวมไปถึงการจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว 24 ชั่วโมง, ศาลว่าความด้านการท่องเที่ยว และปรับปรุงระบบของการประกันภาคบังคับให้สมบูรณ์ ตลอดจนมาตรฐานการให้บริการด้านภาษาจีน และเสริมกำลังตำรวจเพื่อลาดตระเวนสถานที่ท่องเที่ยวแห่งต่างๆ เป็นต้น

 
และท่านเอกอัครราชทูตหนิง ฟู่ขุยยังได้กล่าวปราศรัยว่า นับตั้งแต่ปี 2011 มา ที่การประชุมห้าฝ่ายมีส่วนร่วมในการพัฒนาส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย และให้ประโยชน์ที่เป็นคุณแก่นักท่องเที่ยวชาวจีน ท่านเอกอัครราชทูตยังได้กล่าวว่า จีนกับไทย 2 ชาติต่างก็มีมิตรภาพที่ดีต่อกัน โดยในหลายปีมานี้ ทั้งสองฝ่ายต่างก็ร่วมกันพัฒนาความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและมั่นคงต่อกัน ดั่งว่า "จีนกับไทยคือครอบครัวเดียวกัน" ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งในปัจจุบัน ประเทศจีนได้กลายเป็นแหล่งนักท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยในปี 2013 ที่ผ่านมา จำนวน นักท่องเที่ยวชาวจีนแผ่นดินใหญ่ในประเทศไทยคิดเป็นจำนวน 4.7 ล้านคน หรือกว่า 17% ของจำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศไทยทั้งหมด และด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มายังประเทศไทยเพิ่มขึ้น กรณีต่างๆ ก็เพิ่มขึ้นด้วย และในอนาคตข้างหน้าที่สถานการณ์ในไทยสงบลงแล้ว การยื่นขอเดินทางมายังประเทศไทยของชาวจีนก็สะดวกและมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมาก ดังนั้น มาตรการรักษาความปลอดภัยและความถูกต้องตามกฎหมายในทางสิทธิและผลประโยชน์ของนักท่องเที่ยวชาวจีน ตลอดจนการจัดการกับปัญหาและความท้าทายใหม่ๆ ในด้านการท่องเที่ยวของไทยจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทางจีนให้ความสนใจอยู่ และการที่ทั้ง 2 ฝ่ายต่างก็ได้บรรลุซึ่งฉันทามติใหม่ๆ จากการประชุมในครั้งนี้จึงนับว่าเป็นความสำเร็จอันใหญ่หลวงประการหนึ่ง และในการนี้ทางจีนต้องขอขอบคุณฝ่ายไทยมากที่ได้ให้การคุ้มครองสิทธิที่ถูกต้องตามกฎหมายและผลประโยชน์อันชอบธรรมของนักท่องเที่ยวชาวจีนมาโดยตลอด และหวังว่าในอนาคตข้างหน้านี้ ประเทศไทยร่วมมือกันกับจีนเพื่อกำกับดูแลอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเข้มงวด, สร้างกลไกการเชื่อมโยงการที่จัดการกับเหตุฉุกเฉินในด้านต่างๆ ให้กับนักท่องเที่ยว, มีมาตรการการขอยกเว้นวีซ่าเพื่อตอบสนองการดำเนินงาน, เพิ่มการสื่อสารและประสานงานในระดับชีวิตประจำวัน, และยึดมั่นฉันทามติของที่ประชุมในการคุ้มครองสวัสดิภาพและผลประโยชน์ของนักท่องเที่ยวชาวจีนในไทยต่อไป

Suggest To A Friend
  Print