Home   กระดานข่าว   คำกล่าวโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ   ข้อมูลสถานทูต   ความสัมพันธ์จีนไทย   บริการกงสุล   วัฒนธรรมและการศึกษา   ความร่วมมือเอเซียแปซิฟิก   เรื่องควรรู้ก่อนไปประเทศไทย   บริการทางด้านข่าวสาร 
 Home > กระดานข่าว
จับมือกันก้าวสู่อนาคตที่ดีงามยิ่งขึ้น
2013-10-11

ประเทศไทยเป็นประเทศที่สวยงามและเปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์ นอกจากมีทัศนียภาพอันสวยงามและทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์แล้ว ยังมีวัฒนธรรมอันรุ่งโรจน์และประชาชนที่อยู่เย็นเป็นสุข ผมกำลังจะเหยียบแผ่นดินผืนนี้อีกครั้งหนึ่งหลังจากการเยือนครั้งที่แล้วเมื่อหลายปีก่อน ครั้งนี้เป็นการเยือนประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านของจีนอย่างเป็นทางการ ผมขอถือโอกาสนี้ทักทายและส่งความปรารถนาดีของประชาชนจีนมายังมิตรชาวไทย ผมมั่นใจเต็มเปี่ยมอย่างยิ่งว่า การเยือนครั้งนี้จะส่งเสริมให้มิตรภาพที่มีมาช้านานระหว่างประเทศจีนกับประเทศไทยพัฒนารุดหน้าต่อไป อีกทั้งเป็นการแต่งบทบรรเลงเพลงแห่งมิตรสัมพันธ์จีน-ไทยในยุคใหม่ด้วย

จีนไทยเป็นพี่น้องกันมาตั้งแต่โบราณกาล สมัยราชวงศ์หยวนซึ่งตรงกับยุคของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ได้มีช่างเครื่องปั้นดินเผาจีนหลายร้อยคนเข้าไปทำเครื่องถ้วยชามร่วมกับช่างฝีมือในสุโขทัยและพิษณุโลก ซึ่งเป็นที่มาของเครื่องสังคโลกอันสวยงามประณีต และรักษาไว้จนถึงทุกวันนี้ ในสมัยราชวงศ์หมิง ราชอาณาจักรอยุธยาส่งทูตไปเยือนราชสำนักจีนกว่า 100 ครั้ง และส่งนักเรียนไปศึกษาต่อในกั๋วจื่อเจี้ยน ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาสูงสุดของจีนในยุคโบราณ นอกจากนี้ นักวิชาการของจีนและไทยยังได้ร่วมกันแต่งพจนานุกรม"เซียนหลัวอี้อวี่" ซึ่งเป็นพจนานุกรมจีน-ไทยยุคโบราณ จนถึงทุกวันนี้ยังเก็บรักษาไว้อยู่ในหอสมุดของปักกิ่งด้วย ในระหว่างที่ เจิ้อ เหอ นักเดินเรือของจีนนำกองเรือเดินทางข้ามมหาสมุทรนั้น เคยล่องเรือตามแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นสู่ทิศเหนือถึงกรุงศรีอยุธยา โดยนำปฏิทินและเครื่องชั่งตวงวัด พร้อมเทคโนโลยีการทำนาเกลือ การขุดบ่อน้ำ การทำนาขั้นบันไดและเทคโนโลยีการเกษตรอื่นๆ เข้าสู่ประเทศไทย และนำเครื่องเทศ พริกไทย ข้าวนาดำและเมล็ดพันธุ์ผลไม้กลับสู่ประเทศจีน การไปมาหาสู่กันนานนับพันปีได้สร้างไมตรีจิตมิตรภาพอันเหนียวแน่นระหว่างประชาชนทั้งสองฝ่าย ซึ่งทำให้ความเข้าใจและความผูกพันนับวันลึกซึ้งยิ่งขึ้น เป็นการปูพื้นฐานอันแข็งแกร่งให้กับการพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีและมั่นคงระหว่างสองประเทศ

ตั้งแต่จีนกับไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเป็นต้นมา ประชาชนของสองประเทศร่วมทุกข์ร่วมสุขและคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เราได้ร่วมกันต่อสู้กับวิกฤตการเงินเอเชียตลอดจนวิกฤตการเงินโลก ได้รักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจภายในประเทศและภูมิภาค เราได้ร่วมกันต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคซาร์สและโรคไข้หวัดนก ทำให้ประชาชนทั้งสองประเทศได้รับการคุ้มครองด้านสุขภาพอย่างดี เราได้ร่วมกันพิชิตภัยสึนามิในมหาสมุทรอินเดีย ภัยแผ่นดินไหวของจีนและอุทกภัยครั้งรุนแรงซึ่งเกิดขึ้นในประเทศไทย ตลอดจนภัยธรรมชาติอื่นๆ ฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็ว

ฟ้าหลังฝนจะสดใสเสมอ เมื่อลมฝนผ่านพ้นไป สายรุ้งก็จะปรากฎ ความร่วมมือด้านต่างๆ ระหว่างสองประเทศพัฒนาอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ปัจจุบัน ไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนมากที่สุด และไทยก็ยังส่งออกสินค้ารวมทั้งยางพารามายังจีนมากที่สุดอีกด้วย ไทยยังเป็นประเทศแรกที่ดำเนินความร่วมมือทางยุทธศาสตร์กับจีนในบรรดาประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นประเทศแรกที่ใช้นโยบายภาษีศุลกากรเป็นศูนย์ในการนำเข้าและส่งออกผักและผลไม้ ภายใต้กรอบเขตการค้าเสรีจีน-อาเซียน ไทยยังได้สร้างศูนย์วัฒนธรรมจีนแห่งแรก และหมีแพนดาคู่แรกที่ไปอาศัยอยู่ในสวนสัตว์เชียงใหม่ในรูปแบบการดำเนินการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ร่วมกันระหว่างสองฝ่าย ได้คลอดลูกหมีแพนดาชื่อ"หลินปิง"ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักของพ่อแม่ นอกจากนี้แล้ว ประเทศไทยจะจัดตั้งสถานกงสุลในประเทศจีนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะกลายเป็นประเทศที่มีการจัดตั้งสถานกงสุลจีนมากที่สุด

เมื่อย่างเข้าศตวรรษใหม่ ความสัมพันธ์จีน-ไทยได้พัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยสร้างความสัมพันธ์หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้าน ทำให้สองประเทศมีโอกาสครั้งใหญ่ในการยกระดับศักยภาพของความร่วมมือทุกๆ ด้านให้สูงขึ้น

เรามีเป้าหมายพัฒนาร่วมกัน จีนกับไทยต่างเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่สำคัญในภูมิภาค ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเพื่อความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ ความเจริญของประเทศและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน ปัจจุบัน สถานการณ์ระหว่างประเทศกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างสลับซับซ้อน ภูมิภาคเอเชียมีบทบาทโดดเด่นมากขึ้นบนเวทีโลก สำหรับประเทศจีนและประเทศไทยแล้ว ไม่มีสิ่งใดสำคัญกว่าการพัฒนาและความเจริญรุ่งเรืองของประเทศ เราร่วมชะตากรรมด้วยกันและมีผลประโยชน์ผูกพันกันอย่างมิอาจแยกจากกันได้ ดังนั้น เราควรสนับสนุนกันและกัน ร่วมมือกันอย่างเต็มความสามารถร่วมทุกข์ร่วมสุข และจับมือกันก้าวต่อไป เพราะเป็นความปรารถนาร่วมกันของประเทศเราทั้งสอง และสอดคล้องกับผลประโยชน์พื้นฐานของประชาชนทั้งสองฝ่าย

เรามีโอกาสร่วมมือกันหลายด้าน ประเทศไทยเป็นประเทศสำคัญของอาเซียน ยอดปริมาณเศรษฐกิจ ขนาดพื้นที่ และจำนวนประชากรอยู่เป็นอันดับที่ 2 อันดับที่ 3 และอันดับที่ 4 ตามลำดับในกลุ่มประเทศอาเซียน ขณะนี้ไทยกำลังใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติชุดที่ 11 เพื่อกระตุ้นการพัฒนาโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น ส่วนจีนก็กำลังปฏิบัติตาม "โครงการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปีฉบับที่ 11" โดยวางแผนว่าจะบรรลุเป้าหมายให้ยอดมูลค่าการผลิตภายในประเทศกับรายได้ของชาวเมืองในปี 2020 เพิ่มขึ้น 2 เท่าจากปี 2010 สร้างสังคมกินดีอยู่ดี การพัฒนาของจีนจะกระตุ้นความต้องการด้านอุปโภคบริโภคมากขึ้น ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญของความร่วมมือกับไทยและประเทศอาเซียนอื่นๆ

จีนยินดีสนับสนุนให้บริษัทจีนนำเข้าข้าวสารไทย 1 ล้านตันภายใน 5 ปีข้างหน้า และนำเข้าผลิตภัณฑ์ด้านเกษตรที่มีเอกลักษณ์จากไทยมากยิ่งขึ้น ความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างจีนกับไทยจะกลายเป็นจุดเด่นใหม่ของความร่วมมือระหว่างสองประเทศ จีนได้สั่งสมประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง จึงยินดีเข้าร่วมกับไทยเพื่อดำเนินโครงการนี้ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าในภูมิภาค เพิ่มความสำคัญของไทยในการเป็นศูนย์กลางทางคมนาคมในภูมิภาค จีนกับไทยจะร่วมมือในด้านต่างๆ เช่น พลังงานไฟฟ้า เครือข่ายไฟฟ้า ชลประทาน และพลังงานรีไซเคิล เป็นต้น พร้อมๆ กับการเติบโตทางเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ที่แนบแน่นในภาคประชาชน จีนพร้อมสนับสนุนการตั้งธนาคารในประเทศไทย เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ภาคธุรกิจให้ชำระทางการค้าระหว่างสองประเทศด้วยเงินหยวน

เราได้เชื่อมโยงผูกพันกันด้วยวัฒนธรรม เมื่อปีที่แล้ว (2012) การติดต่อไปมาหาสู่กันระหว่างชาวจีนกับไทยมีมากกว่า 3 ล้านคน ในปีนี้(2013) ตัวเลขได้เพิ่มขึ้นอีก ภาษาจีนกลายเป็นภาษาที่ 2 ที่เพื่อนชาวไทยนิยมเรียนกัน ส่วนอาหารไทย ละครไทย และกีฬาไทยเป็นที่นิยมของประชาชนจีน งาน"สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน" และกิจกรรมทางวัฒนธรรมในเทศกาลตรุษจีนของกรุงเทพฯ ที่ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันจัดขึ้นนั้น ได้กลายเป็นสะพานเชื่อมมิตรภาพอันแน่นแฟ้นของทั้งสองฝ่าย

เราเชื่อมั่นในอนาคตของความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับไทย ขอให้มิตรภาพจีนไทยเปรียบเสมือนแม่น้ำแยงซีและแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลต่อเนื่อง มุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่ขาดสาย ขอให้เราร่วมมือกัน เพื่อก้าวไปสู่วันพรุ่งนี้ที่สวยงามยิ่งขึ้น

-บทความของนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีนซึ่งตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์มติชนของไทย

Suggest To A Friend
  Print