Home > รายงานพิเศษ > เฉลิมฉลองสาธารณรัฐประชาชนจีนสถาปนาครบรอบ 63 ปี
คำอวยพรของ ฯพณฯ ก่วนมู่ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย
2012/09/27

ในวาระดิถีครบรอบ 63 ปีแห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนนี้ ข้าพเจ้าในนามของรัฐบาลและประชาชนจีน ขอส่งความปรารถนาอันดีงามมายังรัฐบาลไทยและประชาชนชาวไทย

พ.ศ. 2555 เป็นปีที่สำคัญในการปฏิบัติตามแผนการพัฒนาประเทศระยะ 5 ปี ฉบับที่ 12ของจีน ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่สลับซับซ้อนและผันผวนแปรปรวนนั้น รัฐบาลจีนได้รับมืออย่างสุขุม ก้าวหน้าอย่างมั่นคง เร่งรัดการเปลี่ยนแปลงวิธีการพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างเศรษฐกิจ เน้นหนักในการเพิ่มคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน พยายามรักษาแนวโน้มที่ดีในการพัฒนาเศรษฐกิจสังคม ในครึ่งแรกของปีนี้ มวลรวมผลิตภัณฑ์ของประเทศ (GDP) สูงถึง 3.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งได้เพิ่มขึ้น 7.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันที่ผ่านมา ยอดมูลค่าการค้าระหว่างประเทศสูงเป็น 1.84 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งได้เติบโตเป็น 8% เงินตราต่างประเทศสำรองคงเหลือมีอยู่ 3.24 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ยอดปริมาณการผลิตธัญญาหารในฤดูร้อนสูงถึง 130 ล้านตัน ยอดปริมาณการผลิตธัญญาหารของปีนี้ทั้งปีก็มีความเป็นไปได้อย่างสูงที่จะมากกว่าปีที่แล้ว จนบรรลุการเพิ่มขึ้นติดต่อกันมาเป็นเวลา 9 ปี ประเทศจีนได้สร้างเสร็จระบบประกันสุขภาพในเบื้องต้นที่ครอบคลุมประชากร 95% ขึ้นไป และเป็นระบบประกันสุขภาพใหญ่อันดับแรกของโลก ผลสำเร็จเหล่านี้มีความหมายต่อทั่วโลกโดยเฉพาะภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกกำลังขาดพลังขับเคลื่อนในการฟื้นตัวอยู่ และเป็นคุณูปการสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจโลก รวมทั้งได้สร้างความมั่นใจแก่ทุก ๆ ฝ่ายด้วย ในขณะเดียวกันเราก็ได้ตระหนักอย่างชัดเจนว่า ประเทศจีนยังคงเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ยังมีปัญหาในการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมที่ไม่สมดุล ไม่สอดประสาน และไม่ยั่งยืน ยังต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดเป็นเวลายาวนาน จนกว่าจะบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่เราตั้งไว้

โลกปัจจุบันกำลังประสบการพัฒนาครั้งใหญ่ การปฏิรูปครั้งใหญ่ และการปรับปรุงครั้งใหญ่ สันติภาพและการพัฒนายังคงเป็นกระแสหลักของทั่วโลก ในขณะเดียวกัน ความไม่มั่นคงและไม่แน่นอนในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกได้เพิ่มมากขึ้น จุดประทุระดับภูมิภาคและนานาประเทศได้เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งอีก ประเทศจีนมีความแน่วแน่ที่จะดำเนินหนทางแห่งการพัฒนาอย่างสันติอีกต่อไป ยืนหยัดพัฒนามิตรสัมพันธ์กับทุกประเทศ ทุกเขตแคว้นและทุกองค์กรโดยบนพื้นฐานหลักการห้าประการการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เราจะยึดมั่นในทัศนคติที่มีความรับผิดชอบอย่างแข็งขันต่อประชาคมโลก ริเริ่มทัศนคติความมั่นคงแบบใหม่ที่มุ่งเน้นการไว้เนื้นเชื่อใจซึ่งกันและกัน อำนวยประโยชน์แก่กัน เสมอภาคเท่าเทียมกัน และร่วมมือร่วมใจกัน เราจะดำเนินการต่อนโยบายที่เป็นมิตรกับประเทศเพื่อนบ้าน แสวงหาการพัฒนาอย่างเปิดกล้างเพื่อเสริมสร้างผลประโยชน์ร่วมกัน ไห้การพัฒนาของตัวเองกับการส่งเสริมการพัฒนาทั่วโลกเชื่อมโยงกัน สร้างสรรค์โลกแห่งความสมานฉันท์ที่มีสันติภาพถาวรและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน การพัฒนาอย่างสันติสือทอดมาจากวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของจีน เป็นความต้องการของสภาพที่เป็นจริงของประเทศ และสอดคล้องกับกระแสโลกอีกเช่นกัน

ในรอบปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์จีน-ไทยได้รับการพัฒนาก้าวหน้าที่สำคัญ ฯพณฯ สีจิ้นผิง รองประธานาธิบดีจีน ฯพณฯ เจี่ยชิ่งหลิน ประธานสภาที่ปรึกษาการเมืองแห่งชาติจีนได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการด้วยความสำเร็จ ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทยก็ได้เยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการด้วยสัมฤทธิ์ผล ผู้นำทั้งสองประเทศมีมติพ้องกันว่า ได้ยกระดับความสัมพันธ์จีน-ไทยให้เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน ซึ่งได้กำหนดทิศทางแห่งการพัฒนาความสัมพันธ์จีน-ไทยอย่างยั่งยืน ราบรื่น และแข็งแกร่งในอนาคตต่อไป ในรอบปีที่ผ่านมา ความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมในด้านเศรษฐกิจการค้ามีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ในพ.ศ. 2554 มูลค่าการค้าระหว่างประเทศเราสูงถึง 64,740 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งได้เพิ่มขึ้น 22.3% โดยไทยได้เลื่อนลำดับขึ้นมาเป็นประเทศคู่ค้าใหญ่อันดับที่สองของจีนในบรรดาประเทศอาเซียน ในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนกรกฎาคมของปีนี้ มูลค่าการค้าระหว่างประเทศเราสูงถึง 39,180 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งได้เพิ่มขึ้น 6% นอกจากนั้น เรามีความคืบหน้าสำคัญใน 4 ปริมณฑลหลักของความร่วมมือ ได้แก่ รถไฟความเร็วสูง การอบรมทรัพยากรมนุษย์ การบริหารทรัพยากรน้ำและพลังงานสะอาด การไปมาหาสู่กันทางด้านวัฒนธรรมและประชาชนมีความใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น โดยในพ.ศ. 2554 จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่มาเที่ยวไทยสูงถึง 1.74 ล้านคน ในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนกรกฎาคมของปีนี้ เฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่มาจากแผ่นดินใหญ่เท่านั้นก็สูงถึง 1.407 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็น 34% จีนได้กลายเป็นแหล่งนักที่องเทียวใหญ่อันดับแรกของไทย ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวไทยที่ไปเที่ยวจีนก็สูงเป็น 3 แสน 8 หมื่นคน ได้มีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผลงานความร่วมมือเหล่านี้ ได้นำมาซึ่งประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นให้แก่ประชาชนของเราทั้งสองประเทศ รวมทั้งได้กระชับความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทำให้มิตรภาพตั้งเดิมแบบ “จีนไทยพี่น้องกัน” นั้นได้เข้าลึกยิ่งขึ้นในจิตใจของประชาชนทั้งสองประเทศ ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า ภายใต้ความพยายามของรัฐบาลและประชาชนเราทั้งสองประเทศ มิตรภาพระหว่างประชาชนจะสนิทแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นต่อไป จนบุกเบิกอนาคตอันงดงามสดสายอย่างแน่นอน

สุดท้ายนี้ ข้าพเจ้าขออวยพรด้วยความจริงใจ ขอให้ประเทศจีนและประเทศไทยจงมีความเจริญรุ่งเรืองและสมานฉันท์ต่อไป ขอให้ประชาชนของทั้งสองประเทศจงมีความผาสุขมากยิ่ง ๆ ขึ้น

Suggest To A Friend:   
Print