Home > รายงานพิเศษ > เฉลิมฉลองสาธารณรัฐประชาชนจีนสถาปนาครบรอบ 63 ปี
เฉลิมฉลอง"วันชาติจีน"ไทย-จีนร่วมลงนาม...เพิ่มศักยภาพรถไฟความเร็วสูง
2012/09/27

วันที่ 1 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันที่สาธารณรัฐประชาชนจีนจะเฉลิมฉลองวันชาติของประเทศอย่างยิ่งใหญ่ โดยรัฐบาลจีนจะจัดการแสดงพุดอกไม้ไฟในนครทุกแห่งทั่วทั้งประเทศ รวมทั้งมีการจัดขบวนแห่ที่ยิ่งใหญ่ตระการตาสมกับที่ประชาชนรอคอย

โดยสิ่งหนึ่งที่ประเทศจีนให้ความสำคัญ คือการคมนาคมด้วยรถไฟความเร็วสูง ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเดินทางที่สำคัญของประชาชนชาวจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาความสามารถในการขนส่งผู้โดยสารด้วยความเร็วสูงโดยใช้รถไฟความเร็วสูง ในปัจจุบันเชื่อว่าจะได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะมีความสะดวกมากกว่าเครื่องบินและสบายมากกว่ารถบัส

จีนจึงมีเป้าหมายที่จะสร้างรถไฟความเร็วสูงแยกกันระหว่างผู้โดยสารและเครือข่ายการขนส่งสินค้าภายในระบบรถไฟซึ่งเป็นหนึ่งในโลก คาดว่าในปี 2015 จะมีการดำเนินการสร้างเครือข่ายความเร็วสูงในการขนส่งผู้โดยสารอย่างเต็มที่ในระบบการขนส่งของจีนตามแผน 5 ปี และจะได้รับการอนุมัติในเร็วๆ นี้ โดยสภาแห่งรัฐของจีน คณะรัฐมนตรีจีนจะสร้างเครือข่ายความเร็วสูง 4 สายตะวันตก-ตะวันออก และ 4 สายเหนือ-ใต้ในช่วงท้ายของปี 2015

กระทรวงรถไฟระบุกับสำนักข่าวซินหัวว่าระยะรวมของรถไฟความเร็วสูงที่จะเข้าถึงนี้มีความยาวประมาณ 18,000 กิโลเมตร (11,184 ไมล์) ซึ่งในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาจีนมีรถไฟความเร็วสูงที่มีความเร็วเฉลี่ย 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงอยู่ที่ 6,894 กิโลเมตร ถือว่าน้อยกว่าปีที่ผ่านมา เพราะมีการตัดความเร็วให้ลดลงหลังจากเกิดอุบัติเหตุรถไฟความเร็วสูงชนกันบริเวณเหวินโจล (Wenzhou)

ทาง หวัง เมิ่งซู (Wang Mengshu) ผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงรถไฟ กล่าวว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเป็นรถไฟความเร็วสูงเปิดใหม่ที่ปล่อยตัวออกมาจากเส้นทางธรรมดา ซึ่งจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสายการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารแยกกันเพื่อช่วยเพิ่มปริมาณการจารจร ส่วนนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยวิศวกรรมมีแผนที่บ่งชี้ว่าจีนจะต้องพัฒนารถไฟความเร็วสูงไปยังเส้นทางที่เป็นคอขวดด้วย ถือเป็นแผนการพัฒนารถไฟความเร็วสูงของจีนที่รอคอยมายาวนาน หลังจากเกิดอุบัติเหตุรถไฟความเร็วสูงชนกันบริเวณเหวินโจล (Wenzhou)

ความผิดพลาดครั้งนั้นถือเป็นการสร้างความกระตือรือร้นของจีนในการสร้างรถไฟความเร็วสูง โดยจีนได้หยุดการทำงานในสายใหม่นี้และดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยของรถไฟความเร็วสูงทั้งประเทศ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวง จำนวน 54 คนก็ถูกลงโทษหลังจากเกิดอุบัติเหตุ และมีคำสั่งให้ปรับปรุงการจัดตารางเวลารถไฟและจัดการฝึกอบรมปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยเข้มข้นมากขึ้น และกระทรวงรถไฟรายงานว่าอุปกรณ์กระจายสัญญาณจะต้องได้รับการตรวจสอบมากกว่า 1,000 สถานี

ห้าง เกวียง (Huang Qiang) หัวหน้านักวิจัยสถาบันวิทยาศาสตร์ ระบุว่า การเกิดอุบัติเหตุครั้งนั้นมี 2 สาเหตุหลักที่ผิดพลาด คือความล้มเหลวในการจัดการและอุปกรณ์ในการส่งสัญญาณ ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้ด้วยโซลูชั่นทางด้านเทคนิคและการดำเนินงานที่มีระเบียบวินัยของจีนจะสามารถทำให้รถไฟความเร็วสูงของจีนปลอดภัยมากขึ้น

ทางด้าน หวัง เมิ่งซู (Wang Mengshu) ผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงรถไฟ กล่าวด้วยว่า จีนควรจะจดจำอุบัติเหตุครั้งร้ายแรงนี้ไว้ในใจและเรียนรู้จากความผิดพลาดที่ผ่านมา เพราะถือเป็นสิ่งสำคัญมากในการแสวงหานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าต่อไป เพราะจีนยังคงต้องพัฒนารถไฟความเร็วสูงต่อไปในอนาคต

กว่า 15 ปีแล้วที่จีนตัดความเร็วของสายการชุมนุม 6 ครั้งออกจากห้องทดลองเพื่อปรับปรุง เพราะมันจะเป็นอันตรายมากหากยังคงเพิ่มความเร็วของสายการชุมนุม ดังนั้นเราจึงต้องสร้างรถไฟความเร็วสูงสายใหม่โดยเฉพาะสำหรับผู้โดยสาร ซึ่งผู้โดยสารเองก็ได้ร่วมกับเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับรถไฟบรรทุกสินค้าตั้งแต่การสร้างระบบรถไฟของจีน ระบบทางรถไฟที่ใช้ร่วมกันเป็นเส้นทางยุ่งเหยิง จากตัวเลขของธนาคารโลกแสดงให้เห็นว่าจีนมีปริมาณการจราจรเพื่อธุรกิจเป็นที่ 2 ของโลกและมีการจราจรรถไฟเพื่อการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารที่พลุ่กพล่านที่สุด

หวัง เมิ่งซู (Wang Mengshu) ตั้งข้อสังเกตว่า ในช่วงท้ายของรถไฟปี 2011 มีความยาวเพียง 93,000 กิโลเมตร ถือว่ารถไฟระยะต่อหัวอยู่สั้นกว่าความยาวของบุหรี่ แต่ความหนาแน่นของรถไฟในประเทศจีนอยู่ไกลพอที่จะให้บริการทางเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ส่วนด้านนายยี ตาน (Ye Tan) บรรยายถึงเศรษฐกิจในประเทศจีนว่า การสร้างเครือข่ายความเร็วสูงออกจากเส้นทางธรรมดาเพื่อดำเนินการขนส่งสินค้าและตอบสนองความต้องการของตลาด ซึ่งมองว่ารถไฟความเร็วสูงเป็นทางเลือกที่จะเข้ามาแทนที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ที่จะสร้างงานและผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนลดลงถึงร้อยละ 7.6 ที่ไตรมาสที่ 2 ซึ่งต่ำมากในรอบ 3 ปี

ขณะที่การก่อสร้างชะลอตัวลงหลังจากเกิดอุบัติเหตุรถไฟความเร็วสูงชนกันบริเวณเหวินโจล (Wenzhou) ภาครถไฟความเร็วสูงของจีนเห็นถึงความก้าวหน้าบางอย่างในการวิจัยและพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีการส่งมอบหัวรถจักรเหนือของจีน และบริษัท สต็อกกลิ้ง จำกัด แก่ซีเมนส์เอจี มีมูลค่า 14.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเครื่องหมายการค้าที่ส่งออกดังกล่าวเป็นครั้งแรกที่ส่งไปยุโรป และในเดือนเมษายนหัวรถไฟของจีนใต้ และสต็อกคอร์ปอเรชั่น จำกัด ชนะการประมูลเพื่อให้รถไฟความเร็วสูงแก่ฮ่องกง โดยรถไฟจะวิ่งในส่วนของฮ่องกงระหว่างเมืองเซินเจิ้นและกวางโจว ถือเป็นครั้งแรกที่บริษัทแผ่นดินใหญ่ของจีนจะขายรถไฟความเร็วสูงกับฮ่องกง

นอกจากนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยยังได้แสดงความสนใจรถไฟความเร็วสูงของจีนเมื่อช่วงที่เดินทางมาเยือนจีนในเดือนเมษายน ซึ่งโดยสารจากปักกิ่งไปเทียนจิน ใช้เวลาเดินทาง 33 นาที ในเส้นทางประมาณ 120 กิโลเมตร นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยบอกว่าการเดินทางสะดวกสบายเหมือนกับเมืองปักกิ่งและเมืองเทียนจินอยู่เมืองเดียวกัน ต่อมาประเทศไทยและจีนได้ลงนามในข้อตกลงเกี่ยวกับการเสริมสร้างความร่วมมือทางรถไฟในระหว่างการเยือนของนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ตามแถลงการณ์ร่วมที่ออกโดย 2 รัฐบาล

ทั้งนี้มีผู้โดยสาร 52,600,000 คน ต้องการใช้รถไฟความเร็วสูงในการเดินทางกลับจากเซี่ยงไฮ้สู่ปักกิ่ง ในช่วงแรกของการดำเนินงาน และเมื่อสิ้นสุดการดำเนินงานในวันที่ 30 มิถุนายน มีผู้โดยสารเดินทางเฉลี่ยเป็นรายวันมีมากกว่า 144,000 คน ในขณะที่อีกหลายเมืองที่สำคัญของจีนจะได้รับการเชื่อมต่อกับรถไฟความเร็วสูงซึ่งเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ที่อยู่ภายใต้แผนการที่จะเชื่อโยงทุกเมืองที่มีประชากร 500,000 คนหรือมากกว่า ซึ่งตามแผน 5 ปี จีนจะสร้างเครือข่ายยาว 40,000 กิโลเมตร ประกอบด้วยเส้นทางที่มีความเร็วในการดำเนินงานจาก 160 ชั่วโมง โดยจะสิ้นสุดในช่วงปลายปี 2015

ทุกโครงการที่วางแผนไว้ยังอาจยังไม่แน่นอนว่าจะทำได้ เพราะกระทรวงการรถไฟเป็นผู้ลงทุนหลักของจีนยังมีอัตราส่วนหนี้สินหนักมากร้อยละ 60 ก่อนหน้านี้ทางกระทรวงได้เคยออกแถลงการณ์เชิญชวนนักลงทุนภาคเอกชนมามีส่วนร่วมในการระดมทุนของโครงการรถไฟ โดยกระทรวงสัญญาจะรักษาเงินทุนภาคเอกชนและเงินของประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน ถึงแม้ว่าเงินทุนทางภาคเอกชนยังลังเลที่จะเข้าร่วม โดยหวัง เมิ่งซู (Wang Mengshu) คิดว่าทุนส่วนตัวจะต้องระมัดระวังมากเกี่ยวกับการป้อนให้ภาครถไฟเว้นเสียแต่ว่ามีกำไรที่ดีและโครงการกระจ่ายรายได้ให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้นคงต้องติดตามดูกันต่อไปว่าด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงในการพัฒนาศักยภาพรถไฟความเร็วสูงของจีนจะสามารถทำให้เส้นทางรถไฟหลากหลายสายถักทอขึ้นมาเชื่อมร้อยประเทศจีนเข้าด้วยกัน เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการคมนาคมไปทั่วแผ่นดินจีนได้หรือไม่...

Suggest To A Friend:   
Print