Home > ข่าวสารสถานทูต
ฮ่องกงที่เจริญรุ่งเรืองและมั่นคงยินดีต้อนรับท่าน
--นายหยาง ซิน อุปทูตจีนประจำประเทศไทย
2020/07/27

ก่อนวันรำลึกครบรอบ 23 ปีที่ฮ่องกงกลับสู่มาตุภูมิ คณะกรรมการประจำสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีนได้มีมติเป็นเอกฉันท์ผ่านร่าง “กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกง” พร้อมประกาศใช้ เพื่อสร้างกลไกทางกฎหมายและแนวปฏิบัติที่ส่งเสริมให้ฮ่องกงมีส่วนในการรักษาความมั่นคงของชาติ รวมทั้งปิดช่องโหว่ทางกฎหมายที่มีอยู่เดิมนั้น ล่าสุด มีนักการเมืองในประเทศตะวันตกบางคนได้เข้าแทรกแซงกิจการภายในของจีนอย่างเปิดเผย อีกทั้งมีสื่อบางสำนักได้บิดเบือนการทำงานด้านการบัญญัติกฎหมายของจีน เพื่อพยายามชักจูงเพื่อนชาวไทยให้เกิดความเข้าใจที่ผิด จนมีคนสงสัยว่ากฎหมายดังกล่าวจะเป็นจุดสิ้นสุดของหลักการ “หนึ่งประเทศสองระบบ” หรือไม่ จะจำกัดเสรีภาพของพลเมืองฮ่องกงและชาวต่างชาติที่อยู่ในฮ่องกงหรือไม่ และจะกระทบต่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างฮ่องกงกับไทยหรือไม่นั้น เพื่อให้เพื่อนชาวไทยได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกงอย่างถูกต้อง เป็นธรรมและรอบด้าน ข้าพเจ้าจึงขอใช้โอกาสนี้แนะนำดังนี้:

1.กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกงเป็นการก้าวสู่หน้าใหม่ของหลักการ “หนึ่งประเทศสองระบบ” ในช่วงต้นทศวรรษ 1980 เติ้ง เสี่ยวผิง ผู้นำจีนในขณะนั้นได้ริเริ่มระบบ “หนึ่งประเทศสองระบบ” เพื่อบรรลุความเป็นเอกภาพของชาติอย่างสันติ ซึ่งถูกนำมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาฮ่องกงเป็นครั้งแรก “หนึ่งประเทศสองระบบ” หมายความว่าภายใต้เงื่อนไขจีนเดียว ให้พื้นที่หลักของประเทศยึดมั่นในระบบสังคมนิยม และให้ฮ่องกง มาเก๊าและไต้หวันรักษาระบบทุนนิยมที่มีแต่เดิมและจะไม่เปลี่ยนแปลงในระยะยาว ดังนั้น คำว่า “หนึ่งประเทศ” จึงเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นของคำว่า “สองระบบ” แต่หากคำว่า “หนึ่งประเทศ” ถูกสั่นคลอน คำว่า “สองระบบ” ย่อมไม่มีหลักประกัน ตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่แล้ว กลุ่มต่อต้านจีนและก่อความวุ่นวายในฮ่องกงได้ประกาศสนับสนุนให้ฮ่องกงแยกเป็นเอกราชจากจีนอย่างเปิดเผย เจตนาทำร้ายประชาชนและทำลายทรัพย์สินสาธารณะ ซึ่งเป็นการบ่อนทำลายความสงบเรียบร้อยของสังคมอย่างร้ายแรง อีกทั้งคุกคามความเป็นเอกภาพ ความปลอดภัย และบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศจีนอย่างร้ายแรง ซึ่งเป็นความท้าทายและทำลายหลักการ “หนึ่งประเทศสองระบบ” กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกงมีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องอำนาจสูงสุดของคำว่า “หนึ่งประเทศ” ท้ายที่สุดแล้วต้องการรักษาและปรับปรุงหลักการ “หนึ่งประเทศสองระบบ” มิใช่การทำลาย ดังนั้น การบัญญัติกฎหมายในครั้งนี้ จึงเป็นก้าวสำคัญในทางปฏิบัติภายใต้หลักการ “หนึ่งประเทศสองระบบ” เพื่อสร้างระบบอันเป็นหลักประกันให้หลักการ “หนึ่งประเทศสองระบบ” ก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยืนยาว

2. ระบบกฎหมายที่ดีจะปกป้องสิทธิ์และเสรีภาพตามกฎหมายของพลเมืองฮ่องกงและชาวต่างชาติในฮ่องกงได้ดีขึ้น กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกงมีข้อกำหนดชัดเจนเรื่องการเคารพและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ปกป้องสิทธิ์และเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เสรีภาพสื่อสิ่งพิมพ์ การเข้าสมาคม การชุมนุมและการประท้วง เป็นต้น โดยมีเป้าหมายที่จะปราบปรามอาชญากรรมสี่ประเภท ได้แก่ การแบ่งแยกประเทศ การโค่นล้มอำนาจรัฐ การก่อการร้าย และการสมรู้ร่วมคิดกับต่างประเทศหรืออิทธิพลภายนอกประเทศมี่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ มีกลุ่มคนที่ชอบยุ่งไม่เข้าเรื่องกล่าวหาว่าตำรวจฮ่องกงจะใช้กฎหมายนี้เพื่อจับกุมตัวกลุ่มคนที่ถูกเรียกว่า “กลุ่มประชาธิปไตย” และกลุ่มชาวตะวันตกที่ต่อต้านจีนก็พยายามป้ายสีกฎหมายนี้อย่างเต็มที่ นี่อาจเป็นความกลัวของผู้มุ่งหวังจะกระทำผิดเสียเอง เพราะกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกงได้พุ่งเป้าไปที่พวกที่มุ่งจะทำผิดและปิดกั้นทางของพวกเขาที่จะแทรกแซงกิจการภายในของจีน ความจริงข้อหนึ่งก็คือการมีระบบกฎหมายที่สมบูรณ์จะสามารถลงโทษคนทำผิดซึ่งเป็นคนส่วนน้อยและปกป้องคนส่วนใหญ่ได้ ตราบใดที่พลเมืองฮ่องกงและชาวต่างชาติในฮ่องกงปฏิบัติตามกฎหมาย ระบบตุลาการที่สมบูรณ์ เป็นอิสระและยุติธรรมของฮ่องกงก็จะปกป้องเสรีภาพและสิทธิของพวกเขาต่อไป ภายในเวลาเพียง 8 วันหลังจากมีการออกกฎหมายก็มีพลเมืองฮ่องกงเกือบ 3 ล้านคนลงชื่อสนับสนุนกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกง สะท้อนถึงความคิดเห็นของประชาชนส่วนใหญ่ที่ต้องการความมั่นคงและปลอดภัย เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน การประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติครั้งที่ 44 ได้มี 53 ประเทศร่วมกันสนับสนุนกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจและสนับสนุนประเทศจีนในเรื่องการรักษาความมั่นคงของประเทศจีน

3. ความเจริญรุ่งเรืองและความมั่นคงของฮ่องกงจะเอื้อต่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างฮ่องกงและไทยมากขึ้น นับตั้งแต่การประกาศใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกง ตลาดการเงินฮ่องกงก็มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนฮ่องกงและต่างชาติต่างก็ให้การยอมรับกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกง อีกทั้งมีความเชื่อมั่นในการพัฒนาของฮ่องกงในอนาคต ดัชนีการซื้อขายหุ้นในตลาดหั่งเส็งวันแรกหลังประกาศใช้กฎหมายดังกล่าวได้ปิดตัวเพิ่มขึ้น 2.85% ตั้งแต่เดือนมิถุนายนมีเงินทุนไหลเข้าสู่ระบบดอลลาร์ฮ่องกงมากกว่า 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ยอดรวมเงินฝากธนาคารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การซื้อขายในตลาดหุ้นดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย ฮ่องกงได้ติดต่อกับประเทศไทยอย่างใกล้ชิดในฐานะศูนย์กลางทางการเงิน การขนส่งและการค้า มีชาวไทยหลายหมื่นคนอาศัยและทำงานในฮ่องกง ในปี พ.ศ. 2562 อาเซียนเป็นคู่ค้าที่ใหญ่เป็นอันดับสองของฮ่องกง และประเทศไทยเป็นคู่ค้าอันดับที่ 10 ของฮ่องกง ไทยและฮ่องกงมีศักยภาพอย่างมากในความร่วมมือด้านการสื่อสาร สินค้าอุปโภคบริโภคและการขนส่ง ความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของฮ่องกงสอดคล้องกับผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างจีนและไทย มีบางประเทศได้แทรกแซงกิจการภายในของจีนอย่างเปิดเผย ประกาศว่าจะคว่ำบาตรฮ่องกงและยกเลิกสิทธิพิเศษต่างๆ ซึ่งจีนขอคัดค้านอย่างเด็ดขาด เพราะกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกงมีเป้าหมายเพื่อปราบปรามการกระทำและกิจกรรมที่มีเจตนาจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อความมั่นคงของประเทศเท่านั้น ไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานของตลาดการเงินและการดำเนินงานตามกฎหมายของสถาบันการเงินและผู้มีส่วนร่วมในตลาด ในระยะยาว แรงดึงดูดที่มีต่อนักลงทุนส่วนใหญ่มาจากสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ หากสภาพแวดล้อมทางธุรกิจมีความมั่นคงโปร่งใสและคาดเดาได้ ก็จะดึงดูดนักลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติเป็นส่วนสำคัญในการปรับปรุงระบบกฎหมายของฮ่องกง และจะช่วยให้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจของฮ่องกงฟื้นฟูความปลอดภัยและความเป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งสิ่งนี้นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางทางการเงินระหว่างประเทศ ด้วยโครงการเขตเศรษฐกิจกวางตุ้ง - ฮ่องกง – มาเก๊าที่กำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง จะไม่ทำให้แรงดึงดูดเงินทุนของฮ่องกงที่มีต่อนักลงทุนทั่วโลกลดลงแม้จะถูกตัดสิทธิพิเศษจากต่างประเทศ

ข้าพเจ้าเชื่อว่าเพื่อนชาวไทยจะสามารถมองเห็นความจริง พร้อมกับเข้าใจและสนับสนุนกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกง ฮ่องกงที่มีความมั่นคงและเต็มไปด้วยพลังชีวิตกำลังอ้าแขนต้อนรับเพื่อนชาวไทยทุกคน

Suggest To A Friend:   
Print