Home > ข่าวสารสถานทูต
เอกอัครราชทูตหลู่ย์ เจี้ยนเข้าร่วมงานสัมมนาบรรยายพิเศษเกี่ยวกับสมัชชา 19
2018/01/11

  วันที่ 8 มกราคม 2561 นาย เมิ่ง เสียงเฟิง (Meng Xiangfeng) รองเลขาธิการของคณะกรรมการการทำงานขององค์กรขึ้นตรงต่อศูนย์กลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (Work Committee for Departments Directly Under the CPC Central Committee) และรองผู้อำนวยการของสำนักงานทั่วไปแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน (General Office of the Communist Party) นำคณะผู้แทนพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีนเยือนประเทศไทยและจัดงานสัมมนาแนะนำสมัชชา 19 ที่กรุงเทพฯ ท่านเอกอัครราชทูตหลู่ย์ เจี้ยนเข้าร่วมงานสัมมนาฯ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย รศ.ดร. โภคิน พลกุล นายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน อดีตประธานรัฐสภา และผู้แทนจากหน่วยงานรัฐ สถาบันการศึกษา เพื่อนมิตรจากวงการต่างๆ กว่า 300 คนเข้าร่วมงานสัมมนาฯ

  ดร.โภคิน พลกุล ได้กล่าวคำต้อนรับโดยที่ท่านกล่าวว่าการประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์จีนมีความสำคัญยิ่งทางประวัติศาสตร์ เป็นหลักบอกระยะทางใหม่ของจีน สี จิ้นผิง เลขาธิการใหญ่พรรคฯได้เสนอการสร้างประชาคมที่ร่วมอนาคตของมนุษยชาติส่งผลต่อประเทศไทยและนานาประเทศอย่างกว้างขวางและยาวไกล การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมไทยต้องศึกษาและประยุกต์แนวความคิดและมาตรการของจีน ทุกภาคส่วนของสังคมไทยตั้งความหวังว่าจะเพิ่มพูนความรู้ ความเข้าใจและเรียนรู้ประสบการณ์ของจีน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อความผาสุกของประชาชนชาวไทยด้วยงานสัมมนาครั้งนี้

  รองเลขาธิการฯ เมิ่ง เสียงเฟิงได้แนะนำสาระสำคัญของสมัชชา 19 ด้วยการใช้ภาษาที่เข้าใจ โดยเน้นการอธิบายแนวความคิดสังคมนิยมที่มีเอกลักษณ์ของจีนในยุคใหม่ของสี จิ้นผิง โดยที่ท่านเมิ่งได้ชี้ให้เห็นว่าแนวความคิดดังกล่าวเป็นผลงานใหม่ล่าสุดของการประยุกต์ลัทธิมาร์กซ์ในบริบทจีน ซึ่งเป็นภาวะใหม่ของลัทธิมาร์กซ์ เป็นภาวะใหม่ของสังคมนิยมที่มีเอกลักษณ์ของจีน เป็นภาวะใหม่ของการบริหารประเทศ เป็นภาวะใหม่ของการบริหารพรรค และท่านได้อธิบายแผน “บูรณาการ 5 เป็น 1 เดียวกัน” และแนวพัฒนา 5 ประการเป็นต้นโดยเน้นว่าจีนจะเดินตามเส้นทางการพัฒนาอย่างสันติอย่างแน่วแน่ และผลักดันการสร้างประชาคมที่ร่วมอนาคตของมนุษยชาติอย่างกระตือรือร้น ท่านเมิ่งยังกล่าวอีกว่า “จีน ไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” พรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐบาลจีนให้ความสำคัญต่อการพัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศไทย สมัชชา 19 ได้เพิ่มชีวิตชีวาในการพัฒนาประเทศจีนมากยิ่งขึ้น เป้าหมาย “100 ปีสองวาวะ ” จักกลายเป็นจริงอย่างแน่นอน และนำมาซึ่งโอกาสของการพัฒนาเศรษฐกิจแก่ประเทศไทยและภูมิภาค

  ท่านเอกอัครราชทูตและรองเลขาธิการเมิ่ง ได้ตอบคำถามจากผู้เข้าร่วมสัมมนาด้วย ต่อคำถามประเทศไทยจะได้อะไรจากการพัฒนาของจีน เอกอัครราชทูตหลู่ย์กล่าวว่า หลายปีที่ผ่านมา ความร่วมมือระหว่างจีน-ไทยที่มีรูปธรรมนั้นมีความคืบหน้าอย่างมั่นคง โครงการความร่วมมือทางรถไฟเริ่มก่อสร้างแล้ว จะทำให้ผลของการพัฒนาเศรษฐกิจของจีนเอื้อประโยชน์ต่อพื้นที่ตามสองทางข้างรถไฟโดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งประเทศจีนได้ก่อตั้งศูนย์ความร่วมมือนวัตกรรมที่กรุงเทพฯ เป็นช่องทางใหม่สำหรับความร่วมมือทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและแลกเปลี่ยนบุคลากร จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยในการแบ่งปันผลสร้างสรรค์ทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ทำให้ความร่วมมือระหว่างสองประเทศยกระดับสูงขึ้น จีน-ไทยยังจะดำเนินความร่วมมืออย่างใกล้ชิดด้วยกลไกจีน-อาเซียน ความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง และกลไกความร่วมมืออนุภูมิภาค เมื่อความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมมีการดำเนินการเชิงลึกอย่างรอบด้าน ประเทศจีนและประเทศไทยจะต้องจับมือกันสู่การพัฒนาร่วมกัน

 

Suggest To A Friend:   
Print