Home > คอลัมน์ท่านเอกอัครราชทูต > กิจกรรมท่านเอกอัครราชทูต
ฯพณฯ หลู่ย์เจี้ยน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนและภริยาเข้าร่วมงานเลี้ยงต้อนรับที่จัดโดยสมาคมชาวจีนโพ้นทะเล
2018/01/23

  เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 22 มกราคม ฯพณฯ หลู่ย์เจี้ยน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนพร้อมด้วยมาดามพานเผิง ที่ปรึกษาทูตและภริยา ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงต้อนรับตามคำเชิญในงานที่หอการค้าไทย-จีนและสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทยร่วมกับสมาคมจีนอื่นๆ จัดขึ้น ผู้ร่วมงานได้แก่นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี ประธานหอการค้าไทย-จีน ดร.แสงชัย โสตถีวรกุล นายกสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย และตัวแทนจากสมาคมจีนอื่นๆ ในประเทศไทยรวมกว่า 300 คน

  ระหว่างสุนทรพจน์ ฯพณฯ หลู่ย์เจี้ยนได้กล่าวขอบคุณหอการค้าไทย-จีนและสมาคมแต้จิ๋วรวมทั้งสมาคมจีนอื่นๆ ที่ได้ร่วมกันจัดงานเลี้ยงต้อนรับในครั้งนี้ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ และขอบคุณที่ทุกฝ่ายได้ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของสถานทูตตลอดมา อีกทั้งได้กล่าวทักทายสวัสดีผู้ร่วมงานทุกคน โดยเฉพาะได้กล่าวอวยพรปีใหม่ไปยังชาวจีนโพ้นทะเลทุกหมู่เหล่าในสังคมไทย

  ฯพณฯ หลู่ย์เจี้ยนได้แนะนำผลการพัฒนาประเทศจีนในช่วงห้าปีที่ผ่านมา ซึ่งถือได้ว่าเป็นการพัฒนาครั้งประวัติของชาติครั้งหนึ่ง จากนั้นได้แนะนำเกี่ยวกับการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 19 ของจีน ท่านกล่าวว่า ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจของจีนได้รักษาอัตราการเติบโตที่รวดเร็ว การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานถูกผลักดันให้มีความรวดเร็วยิ่งขึ้น การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ก็ส่งสัญญาณที่ดีอย่างต่อเนื่อง ในปี 2017 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ประเทศจีนได้สืบสานแนวคิดการพัฒนาแบบใหม่ มีการผลักดันการพัฒนาระบบโครงสร้างเศรษฐกิจ มีการสร้างแรงขับเคลื่อนใหม่ๆ และยกระดับคุณภาพเศรษฐกิจภาคประชาชนสู่ทิศทางที่ดีขึ้นบนพื้นฐานของความมั่นคง และเกินกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ มีการเร่งพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน พัฒนาสิ่งแวดล้อมเชิงนิเวศมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ประชาชนมีความรู้สึกได้รับผลประโยชน์ รู้สึกมีความสุขและรู้สึกปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ประเทศจีนถือได้ว่ามีบทบาทสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นคงและเป็นแรงขับเคลื่อนการฟื้นฟูเศรษฐกิจโลกอย่างมั่นคง

  ฯพณฯ หลู่ย์เจี้ยนได้เน้นย้ำว่า การประชุมสมัชชา 19 เป็นการประชุมที่สำคัญยิ่งที่จัดขึ้นในช่วงที่ประเทศจีนก้าวเข้าสู่ยุคของสังคมอยู่ดีมีสุขอย่างถ้วนหน้าและอยู่ในช่วงที่สังคมนิยมอันมีเอกลักษณ์ของจีนได้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แล้ว ที่ประชุมได้ชี้ชัดถึงแนวคิดใหม่ของสังคมนิยมอันมีเอกลักษณ์จีนของสีจิ้นผิง รวมทั้งมีการพิจารณาตัดสินเกี่ยวกับเรื่องสำคัญๆ อย่างเช่นเรื่องการเข้าสู่ยุคใหม่ของสังคมนิยมอันมีเอกลักษณ์ของจีน เรื่องปัญหาความขัดแย้งหลักๆ ในสังคมจีนที่เปลี่ยนแปลงไป อีกทั้งได้กำหนดเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ “เดินสามก้าว”อีกด้วย ทั้งนี้ ในการประชุมสมัชชา 19 ยังได้ชี้ชัดว่าประเทศจีนจะยืนหยัดในหลักการพัฒนาอย่างสันติ ผลัดดันการก่อสร้าง “ประชาคมร่วมชะตาของมวลมนุษยชาติ” โดยเน้นสร้าง “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” เพื่อผลักดันเศรษฐกิจโลกด้วยรูปแบบที่เปิดกว้าง

  ฯพณฯ หลู่ย์เจี้ยนกล่าวต่อว่า การประชุมสมัชชา 19 จะนำมาซึ่งการพัฒนาประเทศจีนที่รอบด้านและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ก็จะนำมาซึ่งโอกาสสำคัญในการพัฒนาของประเทศไทยอีกด้วย ประเทศจีนยินดีแบ่งปันประสบการณ์การพัฒนากับประเทศไทยอันได้แก่ 1) การแลกเปลี่ยนประสบการณ์การบริหารประเทศในเชิงลึก การผลักดันให้เกิดการเชื่อมต่อในระดับยุทธศาสตร์การพัฒนาระหว่างจีนกับไทยอย่างรอบด้าน จีนกับไทยล้วนเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาซึ่งอยู่ในช่วงการพัฒนาที่คล้ายคลึงกันและมีภารกิจด้านการพัฒนาที่ใกล้เคียงกัน ในอนาคต ทั้งสองประเทศสามารถแลกเปลี่ยนในเชิงลึกเกี่ยวกับแนวคิด ยุทธศาสตร์และมาตรการการพัฒนาระหว่างกัน เรียนรู้ไปพร้อมกันและสร้างพลังใหม่ๆ ในการพัฒนาประเทศแต่ละประเทศ 2) การร่วมหารือ ร่วมสร้างและร่วมรับผลประโยชน์ใน “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ส่งเสริมการยกระดับความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมระหว่างไทยกับจีน ประเทศไทยเป็นหุ้นส่วนสำคัญที่ร่วมสร้าง “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” กับประเทศจีน ไทยจะมีบทบาทสำคัญใน“หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์จาก“หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ในระยะยาว ดังนั้น การสร้าง“หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” จะนำมาซึ่งโอกาสครั้งประวัติศาสตร์แก่การเพิ่มความร่วมมือที่เอื้อประโยชน์ระหว่างจีนไทย ยกระดับความร่วมมือจีนไทยให้สูงขึ้นและเพิ่มคุณภาพมากขึ้น 3) การขยายความร่วมมือในกิจการระหว่างประเทศและในภูมิภาค ผลักดันการสร้าง “ประชาคมร่วมชะตาแห่งเอเชีย” แต่ไหนแต่ไรมา จีนกับไทยก็เป็นหุ้นส่วนที่ดีที่คอยสนับสนุนส่งเสริมกันและกันในเวทีระหว่างประเทศ ช่วงปลายปีนี้ ก็จะถึงวาระที่ประเทศไทยจะรับตำแหน่งประธานอาเซียน ซึ่งฝ่ายจีนจะสนับสนุนการดำเนินงานของไทยอย่างเต็มที่ และจะสนับสนุนให้ไทยมีส่วนร่วมในกิจกรรมระหว่างประเทศมากขึ้น รวมทั้งจะขยายความร่วมมือจากสองฝ่ายระหว่างจีนกับไทยสู่ความร่วมมือหลายฝ่ายมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อร่วมกันสร้างประโยชน์ต่อการพัฒนาอย่างสันติแก่โลกใบนี้

  ฯพณฯ หลู่ย์เจี้ยนกล่าวว่า ความสัมพันธ์จีนไทยควรพัฒนาไปตามยุคสมัยและควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของการพัฒนาระดับสูงที่บรรลุผลแล้ว โดยใช้แนวคิดใหม่ ทัศนคติใหม่ และยุทธศาสตร์ใหม่เป็นตัวชี้นำ ควรผลักดันความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์จีนไทยให้ยกระดับความร่วมมือและคุณภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศมากยิ่งขึ้น

  ประการแรกคือเพิ่มการไปมาหาสู่ระหว่างผู้นำระดับสูง เพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจทางการเมืองระหว่างกันเพิ่มมากขึ้น ผู้นำจีนและผู้นำไทยมีการไปมาหาสู่อย่างใกล้ชิดเหมือนเครือญาติ ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นแรงสนับสนุนที่ดีสำหรับการพัฒนาความสัมพัน์ระหว่างกัน ในอนาคต ทั้งสองฝ่ายควรสืบทอดและขยายความสัมพันธ์เช่นนี้ต่อไป เพื่อให้เป็นเครื่องชี้นำความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

  ประการที่สองคือสร้างแรงขับเคลื่อนใหม่ๆ ยกระดับและคุณภาพของความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม จีนและไทยต่างก็กำลังเผชิญหน้ากับการสร้างสมดุลของการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และเผชิญหน้ากับการปรับเปลี่ยนและยกระดับทางเศรษฐกิจ เมื่อไม่กี่ปีมานี้ จีนและไทยได้บรรลุความร่วมมือก้าวใหม่ด้าน Big data ด้านพลังงาน ด้านอวกาศ และด้าน e-commerce เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ถือเป็นพื้นฐานที่มั่นคงของการยกระดับความร่วมมือระหว่างสองประเทศ ฝ่ายจีนยินดีส่งเสริมให้ธุรกิจจีนที่มีความเข้มแข็งเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกของไทย ผลักดันให้ความร่วมมือในรถไฟจีนไทยนำความสุขมาสู่ประชาชนไทยอย่างต่อเนื่อง ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องชี้นำความร่วมมือด้านการเกษตรสมัยใหม่และการต่อสู้กับความยากจนของทั้งสองประเทศ

  ประการที่สามคือใช้ความสัมพันธ์แบบ “ครอบครัวเดียวกัน” ระหว่างจีนไทยเป็นเครื่องชี้นำความร่วมมือด้านสังคมศาสตร์ระหว่างสองประเทศให้ก้าวสู่ระดับที่สูงขึ้น จีนและไทยต่างก็มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและมีวัฒนธรรมอันรุ่งเรือง คำกล่าวที่ว่า “จีนไทยครอบครัวเดียวกัน” ได้ฝังรากลึกลงในใจผู้คน ทำให้ทั้งสองประเทศมีโอกาสร่วมมือในด้านสังคมศาสตร์อยู่มากมาย ในปีที่ผ่านมา ชาวจีนเดินเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเกือบ 10 ล้านคน ด้วยตัวเลขนี้ เราอาจดำเนินความร่วมมือและแลกเปลี่ยนเป็นกลไกได้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งให้บริการประชาชน ส่งเสริมให้มีความเข้าใจระหว่างกันเพิ่มมากขึ้น ทำให้ประชาชนของทั้งสองประเทศรู้สึกเป็นเครือญาติกันมากยิ่งขึ้น ต้องขยายความร่วมมือด้านช่องทางการศึกษาและวิธีการใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น ผลักดันให้คนรุ่นใหม่ของสองประเทศมีการติดต่อแลกเปลี่ยนระหว่างกัน เพื่อปลูกฝังพลังแห่งการสืบทอด

  ประการที่สี่คือ การขยายส่วนงานที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน เพิ่มความร่วมมือระหว่างประเทศและภูมิภาค ฝ่ายจีนยินดีร่วมมือกับประเทศไทยเพื่อยกระดับความร่วมมือจีน-อาเซียน ผลักดันให้ความร่วมมือแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขงประสบความสำเร็จใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และร่วมกันชี้นำให้เกิดความร่วมมือในภูมิภาคแบบเปิดกว้างและยอมรับซึ่งกันและกัน ปกป้องกระแสการพัฒนาอย่างเปิดกว้างในภูมิภาค ผลักดันการสร้าง “ประชาคมร่วมชะตาแห่งเอเชีย” จีนไทยต้องเร่งเพิ่มการประสานงานและสนับสนุนระหว่างกันในเวทีต่างๆ ได้แก่ความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) กรอบความร่วมมือเอเชีย (ACD) การประชุมเอเชีย-ยุโรป (ASEM) และในระบบของสหประชาชาติ (UN) อีกทั้งจับมือกันผลักดันความร่วมมือการพัฒนาระดับนานาชาติ ร่วมกันปฏิบัติตามวาระการประชุมที่ส่งเสริมการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของโลกปี 2030

  ฯพณฯ หลู่ย์เจี้ยนกล่าวว่า ปัจจุบัน ประชาชนจีนกำลังใช้ความพยายามเพื่อสานฝันของประเทศจีนในเรื่อง “หนึ่งร้อยปีของสองวาระ” และเรื่อง “การฟื้นฟูความเจริญรุ่งเรืองของชนชาติจีน” ให้เป็นจริง ความสัมพันธ์จีนไทยได้เข้าสู่จุดเริ่มต้นของหน้าใหม่แห่งประวัติศาสตร์ บนเส้นทางการผลักดันความร่วมมือระหว่างจีนกับไทย ชาวไทยเชื้อสายจีนและชาวจีนโพ้นทะเลในประเทศไทยสามารถทำอะไรได้มากมาย หวังว่าทุกท่านจะเป็นทูตสัมพันธ์ไมตรีที่ดีของความสัมพันธ์จีนไทย เป็นผู้ถ่ายทอดวัฒนธรรมจีน เป็นผู้มีส่วนร่วมในการสร้าง “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” และเป็นผู้สนับสนุนการพัฒนาความสัมพันธ์จีนไต้หวันอย่างสันติ เป็นส่วนเติมเต็มการพัฒนาความสัมพันธ์จีนไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว เป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือแลกเปลี่ยนด้านสังคม วัฒนธรรมระหว่างสองประเทศ เพื่อส่งเสริมการสร้าง “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ในประเทศไทย เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองฟากฝั่ง และเพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพอย่างสันติ

  นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี ประธานหอการค้าไทย-จีนเป็นตัวแทนของสมาคมจีนต่างๆ ในประเทศไทยกล่าวต้อนรับ ฯพณฯ หลู่ย์เจี้ยน และมาดามพานเผิงภริยาในโอกาสที่ทั้งสองได้มาดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตและที่ปรึกษาทูตในประเทศไทย นายจิตติกล่าวว่า ฯพณฯ หลู่ย์เจี้ยนเป็นนักการทูตที่มากด้วยคุณวุฒิและประสบการณ์ มีความเข้าใจสภาพต่างๆ ของประเทศไทยเป็นอย่างดี มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาลไทยและสมาคมจีนต่างๆ ในประเทศไทย ดังนั้น การมาปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทยในครั้งนี้ จะสามารถสร้างประโยชน์ต่อความสัมพันธ์จีนไทย รวมทั้งต่อความร่วมมือในด้านต่างๆระหว่างจีนกับไทยได้อย่างแน่นอน สมาคมจีนต่างๆ ในประเทศไทยยินดีให้การสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับสถานทูต เพื่อประโยชน์ต่อการสร้างสัมพันธ์ไมตรีระหว่างสองประเทศสืบไป

Suggest To A Friend:   
Print